บทสรุปปิดซีซั่น เลสเตอร์ น้ำตาตก, อำลา ซิลบา, วิลล่ารอด และวันของ 14

ในที่สุด เลสเตอร์ ซิตี้ ผู้อกหักประจำซีซั่นนี้ก็ไปไม่ถึงฝันนะครับหลังพ่ายแพ้คาบ้านให้ แมนฯยูไนเต็ด 2-0 จนทำให้โควต้า แชมเปี้ยนส์ลีกกลายเป็นของ เชลซี และ “ปีศาจแดง”

เอาริงผมว่าประสิทธิภาพเกมรุกของ แบรนดอน ร็อดเจอร์ส ถือว่าห่วยเอามากๆ ไม่ใช่เพราะขาด เจมส์ แมดดิสัน หรืออะไรนะแต่ดูจากครึ่งแรกมีโอกาสแบบหลุดมา 3 แต่ อีเฮียนาโช่ หวงบอลหลายหนทำโอกาสสวยๆเสียไปหมด

เป็นคนเดียวที่ผมคิดว่าเป็นต้นเหตุทำให้ “จิ้งจอก” ไม่สามารถเป็นฝ่ายกุมความได้เปรียบในช่วงที่ทีมกำลังเล่นได้ดีที่สุด

ไม่ต้องแปลกใจว่าในที่สุดก็ถูกเปลี่ยนตัวออกตั้งแต่นาที 58

จุดเปลี่ยนมาเกิดขึ้นในนาที 68 หลัง จอนนี่ อีแวนส์ ทำฟาว์ล “หมาก” เสียจุดโทษซึ่งตอนแรกแฟน “เร้ดอาร์มี่” กลัวจะไม่ได้เพราะ VAR ฉายไปฉายมาหลายรอบซึ่งชัดเจนว่าอดีตเด็กผีรวบเต็มๆ

ครับ เลสเตอร์ ต้องยอมรับชะตากรรมแบบโทษใครไม่ได้เลยเพราะเป็นทีมบนหัวตารางทีมเดียวที่ฟอร์มแกว่งมากที่สุดแล้วนับตั้งแต่กลับมา restart

ผลงานชนะ 2 เสมอ 3 แพ้ 4 ทำให้แต้มบุญที่ทำทิ้งไว้ตั้งแต่มีนาคมมันอุดไม่อยู่เมื่อเทียบกับ เชลซี และ ยูไนเต็ด ที่ชนะรัวๆ

ความพังพินาศของ เลสเตอร์ มาถูกตอกย้ำเอาในช่วงทดเจ็บเมื่อ แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล ทำหมูหกจะไปหลอกนักเตะพรสวรรค์อย่าง ลินการ์ด ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว ทำให้ 14 ยิงเข้าไปง่ายๆเป็นลูกแรกของพี่แกในซีซั่นนี้ก่อนเราได้เลขสวยๆที่ “ปีศาจแดง” ไร้พ่าย 14 นัดเช่นเดียวกับเบอร์ของตัวเทพที่ผมว่า ยูไนเต็ด ควร retire ได้แล้วนะ

Retire เบอร์ 14? เปล่า… retire มันออกไปซักที (แฟนผีได้กล่าวเอาไว้)

รอยด่างของเกมนี้นอกจาก ชไมเคิ่ล แล้วก็เป็นใบแดงของ อีแวนส์ ที่เปิดปุ่มใส่รุ่นน้องอย่าง แม็คโทนิเนย์ เป็นการปิดท้ายที่ชอกช้ำของ “จิ้งจอก” ที่ขาดตัวสำคัญในช่วงปลายฤดูกาลทั้ง แม็ดดิสัน, ชีลเวลล์, ริคาร์โด้ และ โซยุนชู

สำหรับ เชลซี ทีมที่หลายคนมองว่างานหยาบนับตั้งแต่แพ้ ลิเวอร์พูล เพราะนัดสุดท้ายต้องเจอทีมเจ้าเลห์ตีหัวเข้าบ้านเก่งอย่าง วูลฟ์ ที่ต้องการ 3 แต้มเพื่อโควต้า ยูโรป้าลีก

เกมที่ สแตมฟอร์ด บริดจ์ ควรจบครึ่งแรกที่ 0-0 แต่กลายเป็นคู่ที่จบไวที่สุดเมื่อ เชลซี มาได้ 2 ลูกในช่วงทดเจ็บแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย

โดยเฉพาะลูก 2-0 ที่ทำให้ วูลฟ์ ถึงกับสิ้นใจเพราะอย่างที่ทราบกันดีกว่าลูกทีม นูโน่ ซานโต้ ไม่ใช่ทีมที่ยิงประตูในเกมหนึ่งๆเยอะอยู่แล้วดังนั้นคงไม่อยู่ดีๆมายิง 2-3 ลูกในเกมสำคัญที่ “สิงห์บลู” หวงก้างขนาดนี้

หวงไม่หวงก็ดูผู้รักษาประตูครับถึงขนาดดร็อป “เกป้า” ที่เน่าเกินเยียวยาและให้ กาบาเญโร่ เฝ้าเสาในเกมชี้ขาดอนาคตสโมสร

เอาจริงๆ ผมขอชมเชยลูก 2-0 ของ โอลิวิเยร์ ชิรูด์ เนื่องจากบอลที่ เจสัน เมาท์ แทงนั้นมันเป็นลูกทะลุช่องห่างตัวซึ่งดาวยิงน้ำหอมแกไม่มีสปีดอยู่แล้วแต่ยังกัดฟันควบไปแตะหนีผู้รักษาประตูแถมทำท่าจะเสียเหลี่ยมเพราะดันมีตัวประกบ วูลฟ์ วิ่งตีคู่มา

สุดท้ายจังหวะบอลเข้าทางให้ ชิรูด์ ล้มตัวกวาดยิงลูกนี้เข้าไป ทันทีที่บอลซุกก้นตาข่าย เราจะเห็นได้ว่า แฟร็งค์ แลมพาร์ด สะใจเพราะมันเหมือนปลดปล่อยความกดดันทิ้งในทันทีจนโยนให้ แมนฯยูฯ และ เลสเตอร์ ต้องไปเขม่นกันเองจากการที่น่าจะทราบผลระหว่างพักครึ่งไปเรียบร้อยแล้ว

ในขณะที่ท้ายตารางกลายเป็นว่าคู่ที่ “เกือบ” เงียบที่สุดอย่าง แอสตัน วิลล่า ที่จบลงด้วยสกอร์ 1-1 โดยมาเกิดประตูทั้ง 2 ฝั่งในเวลาห่างกันนาทีเดียวคือนาที 84 และ 85

เชื่อว่าการที่ วัตฟอร์ด ถูก อาร์เซนอล ยิงไส้ไหลตั้งแต่ครึ่งแรก 3-1 ทำให้ วิลล่า ซึ่งเล่นไปด้วยเปิด livescore ไปด้วย

ซึ่งหลังสิ้นเสียงนกหวีด ดีน สมิธ ตะโกนบอกลูกทีมว่า “not yet” ก็คืออย่าเพิ่งดีใจเพราะที่ เอมิเรสต์ สเตเดียม ยังไม่จบแต่มันก็เหมือนจบแหละครับเพราะต่อให้ วัตฟอร์ด เสมอประตูได้เสียก็ยังเป็นรองอยู่ลูกนึง

“แตนอาละวาด” น่าจะเป็นทีมที่แฟนบอลชาวไทยและพวกฝรั่งหมั่นไส้ทีมต้นๆของ พรีเมียร์ลีก เนื่องจากอิดออดไม่อยากกลับมาเตะและต้องการ “โมฆะ” เพราะอันดับตารางและโปรแกรมที่เหลือดูแล้วก็ไม่น่าเล่นต่อจริงๆ ฮา

ท้ายที่สุดทำให้ บอร์นมัธ ที่แม้จะทำภารกิจของตัวเองลุล่วง (ชนะ เอฟเวอร์ตัน 3-1) แต่ผลงานทั้งซีซั่นมันหมักหมมมานานครับ ทั้ง 2 ทีมพร้อมกับ นอริช ต้องไปสร้างทีมกันใหม่ในช่วง “โควิด” ที่เรียกว่าหนักกว่าปีอื่นๆแน่นอน

แมนฯซิตี้ ชนะ นอริช 5-0 อาจไม่ได้ทำให้เราต้องถลนตา หรือ ร้องเช็ดเขร้ เพราะการตบเด็กของลูกทีม “เป๊ป” มันเกิดขึ้นบ่อยยิ่งกว่าสิวซะอีกแต่มันมีคุณค่าทางจิตใจหรับแฟน “เรือใบ”

เมื่อเป็นนัดอำลา ดาวิด ซิลบา ที่เป็นนักเตะที่สร้างผลงานและเป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกความยิ่งใหญ่ของ ซิตี้ เลยก็ว่าได้

2010-2020 นับนิ้วแล้วก็ 10 ปีเต็มๆนับตั้งแต่ย้ายมาจาก บาเลนเซีย ตั้งแต่อายุ 24 ซึ่งโดยส่วนตัวผมก็ชอบมิดฟิลด์หน้าหนูผู้นี้เล่นมากครับ การแทงบอลตัดหลังแบ็คเป็นทีเด็ดในการฉีกแนวรับฝ่ายตรงข้ามที่ชอบอุด เป็นสไตล์ของพวกบอลสเปนที่ เป๊ป เอามาใช้ในพรีเมียร์ลีกได้อย่างได้ผลและผมว่ามีไม่กี่ทีมที่เข้าทำในลักษณะนี้เป็นเป็นกอบเป็นกำ

นอกจากการอำลาของ ซิลบา แล้ว การเล่นของ เควิน เดอ บรอยน์ ที่ยิง 2 จ่าย 1 ทำให้ปิดฉากที่ 20 แอสซิสต์อย่างเถื่อนยิ่งทำให้นักเตะยอดเยี่ยมแห่งปี PFA ที่มาจากการโหวตของผู้เล่นสมควรให้แกจริงๆ

โดยเฉพาะลูกแรก ยิงปั่นไซด์เสียบเสาไกลผมว่าพวกเราอาจจะเห็นในเกมลูกหนังมาเยอะแต่สเต็ปเท้าก่อนยิงนี่สิครับโคตรเหนือ

ด้วยวัย 29 ปีผมเชื่อว่าคงไม่มีทีมไหนบ้าจี้ถลุงท้องพระคลังซื้อ เดอ บรอยน์ ไปไหนแน่ๆแล้วต่อให้ฟอร์มจะเทพแค่ไหนก็ตาม แขวนสตั๊ดที่ เอติฮัด และขึ้นแท่นเป็นตำนานแน่นอน

ปิดท้ายที่ทีม “แชมป์” อย่าง ลิเวอร์พูล ที่วันนี้หน้า 3 หายเกลี้ยงและถูก นิวคาสเซิ่ล ยิงนำตั้งแต่ไก่โห่วินาทีที่ 30 จากลูกที่เจ้าหนู เนโก วิลเลี่ยม ไม่เช็กไลน์ตามพี่ๆเลยปล่อยให้ตัวแสบอย่าง ดไวท์ เกล หลุดไปล่อเป้า

จังหวะนี้ถือว่า “ซีดุม” ใสซื่อไปนิดที่ยื่นบอลให้ จอนโจ้ เชลวีย์ แทนที่จะให้เพื่อน set เกมรับหลังบอลตายก็เลยถูกอดีตเด็ก “หงส์” รายนี้เล่นเร็วแทงทะลุ

แต่ท้ายที่สุด Vvd และ เทพกี้ ยิงแซงนำ 2-1 ในรูปเกมที่ขึงพับสนามเกือบข้างเดียวจน 3 ประสานลงสนามก่อน มาเน่ มาบวกลูก 3 ส่วน ซาลาห์ อดยิงเกิน 20 เม็ด 3 ซีซั่นติดต่อกันหลังยิงชนเสา เรียกว่า “อียิปต์คิง” แผ่วปลายไร้สกอร์มา 4 นัดติด

ผลพวงมาจากเอฟเฟคในเกมเสมอ เบิร์นลีย์ ที่มีโอกาสเป็นร้อยแต่ยิงไม่ได้จน “หงส์แดง” เสียสถิติชนะรวดใน แอนฟิลด์ พร้อมกับความร้อนแรงของ “บังโม” ที่หายไปด้วย

อย่างไรก็ตามชัยชนะที่ เซนต์เจมส์พาร์ค เป็นหนแรกนับตั้งแต่ปี 2008 ที่พลพรรคเครื่องจักรสีแดงชนะปิดซีซั่นในนัดเยือนรวมถึงทำสถิติใหม่โกยแต้มมากสุดในประวัติศาสตร์ของสโมสร 99 แต้ม

คงต้องติดตามต่อว่า เยอร์เก้น คล็อปป์ จะมีแข้งใหม่ระดับ top ซักร้ายเข้ามาเพิ่มความตื่นเต้นให้แฟนบอลหรือแรงจูงใจให้นักเตะป้องกันแชมป์หรือไม่ซึ่งผมยังมองว่าสำคัญมาก

พรีเมียร์ลีกรูดม่านลงเรียบร้อยแล้วแต่ความคิดถึงครั้งนี้ไม่ต้องรอนานครับเมื่อฤดูกาล 2020-21 จะกลับมาเปิดสนามในวันที่ 12 กันยายนหรือประมาณแค่เดือนเดียวกับอีก 10 กว่าวัน

แต่ที่ “คิดถึงสุดๆ” คือบรรยากาศในสนามและเสียงดีใจของแฟนบอลที่เรารู้แล้วว่ามันสำคัญต่อการดูฟุตบอลจริงๆครับ…



อ่านต่อได้ที่:https://fozz123.blogspot.com/

อ่านต่อได้ที่:https://foxz16688.blogspot.com/


ความคิดเห็น

บทความที่ได้รับความนิยม